Make your own free website on Tripod.com

สุภาษิตคำพังเพยและวิทยาศาสตร์น่ารู้สำหรับน้องๆ

http://supasit1.tripod.com

 

สุภาษิตคำพังเพยและวิทยาศาสตร์น่ารู้สำหรับน้องๆ

หน้าแรก

วิทยาศาสตร์น่ารู้

                                 สุภาษิตคำพังเพย  

 

 

MOBILE-SMS

GSM - DTAC - ORANGE
Shinee - eSMSZone
SiamZone - หรรษาริงโทน



NEWSPAPER

เดลินิวส์ - ไทยรัฐ
คมชัดลึก
มติชน - ประชาชาติธุรกิจ
ไทยโพสต์ - ฐานเศรษฐกิจ



TELEVISION ON NET

TV3 - TV5 - TV7
TV9 - TV11 - ITV
UBC

 

News Online

ศูนย์กลางฯ ข่าวออนไลน์
กรมประชาสัมพันธ์
สำนักข่าวไทย(อสมท)
สำนักข่าว INN
สำนักข่าว BBC

 

Horoscopes


ดวงชะตาจากวันเกิด    ทำนายทุกฝัน   
ความรู้เรื่องโหงวเฮ้ง   
ฮวงจุ้ยวิทยาศาสตร์
 ทายนิสัยจากสี
ดอกไม้บอกนิสัย จับยามแบบไทย

   

หนีเสือปะจระเข้     สีซอให้ควายฟัง       สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ    ขี่ช้างจับตั๊กแตน

ย้อมแมวขาย        กระต่ายหมายจันทร์     ถ่านไฟเก่า

   

           

           สุภาษิต คือ คำพูดที่ถือเป็นคติมีความลึกซึ้งใช้สั่งสอนถือเป็นการวางแนว   และแสดงค่านิยมของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล เช่นสุภาษิตสอนหญิงสุภาษิตพระร่วง   ก็มีข้อความสั่งสอนที่แสดงค่านิยมของสมัยนั้นๆไว้อย่างชัดแจ้ง   ตลอดจนพุทธภาษิตสั่งสอนตามแนวทางพุทธศาสนา

           คำพังเพย เป็นคำเปรียบเทียบเรื่องต่างๆเพื่อใช้ติชม ซึ่งสะท้อนถึงความคิด ความเชื่อถือและค่านิยม อันเป็นลักษณะของคนไทยโดยส่วนรวมไว้เช่นค่านิยม ในการยกย่องผู้มีอาวุโสเคารพครูบาอาจารย์   และนิยมความสุภาพอ่อนโยน

 

 

สำนวน : หนีเสือปะจระเข

ความหมายหนีเสือปะจระเข้หมายความว่าหนีอันตรายอย่างหนึ่ง แล้วต้องมาพบกับอันตรายอีกอย่างหนึ่งใช้กล่าวถึงบุคคลที่หนีภัยอันตรายอย่างหนึ่งแล้วไปเจออันตรายอีกอย่างหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าเช่น ื่เมื่อวานเดินไปตลาดกางร่มหลบฝนอยู่ดีๆแล้วจู่ๆก็มีรถขับมาด้วยความเร็วเหยียบน้ำกระเด็นใส่เปียกหมดเลยหนีเสือปะจระเข้ จริงๆเลย

 

                                        สีซอให้ควายฟัง

สำนวน : สีซอให้ควายฟัง

ความหมาย : คนเซ่อคนโง่ หรือคนที่ดูฉลาดแต่กลับไม่ฉลาด ดังเช่นควายตัวโตกลางทุ่งนาถึงจะมีคนไปสีซออันแสนไพเราะให้ฟัง แต่ควายก็ได้สนใจฟังไม่ผู้ที่สีซอก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากควายเลยเสียแรงและเสียเวลาไปโดยใช่เหตุสีซอให้ควายฟังจึงมีความหมายว่า แนะนำจี้แจงสิ่งต่างๆให้แก่คนโง่ ชี้แจงให้ฟังเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่องซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะต้องคอยแนะนำ

โอกาสที่ใช้ : ใช้เปรียบเทียบกับคนที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนไม่รับรู้ไม่สนใจแม้จะสั่งสอนสักเท่าไหร่ ก็ไม่รับฟัง ผู้สอนก็เสียแรงโดย เปล่าประโยชน์เช่นเด็กชายเป็ด เอาการบ้านมาทำฉันก็สอนไป เหมือนกับสีซอให้ควายฟัง ยังไงยังงั้น แกก็ไม่สนใจฟังฟังเลย

สำนวน :สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ

ความหมาย : สอนผู้ที่มีความสามารถยิ่งกว่าตน


สำนวน : ขี่ช้างจับตั๊กแตน

ความหมาย : ตั๊กแตนเป็นสัตว์ปีกที่ตัวเล็กๆสีเทาและเขียวอ่อนๆบินได้ ตั๊กแตนจะใช้วิธีกระโดดหรือดีดตัวไปได้ไกลถึง3-4 ฟุต จะอยู่ที่พุ่มหญ้ากว้างๆ
อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ถ้ามีคนไปกวนก็จะกระจัดกระจายไป จับยากต้องใช้สวิงขนาดเล็ก ผูกกับปลาย
ไม้ยาวไล่ครอบถึงจะจับได้ ถ้าจับด้วยมือเปล่าไม่มีทางจับได้
เพราะมันรวดเร็วและไวมากช้างนั้นตัวใหญ่ผิดกับตั๊กแตนซึ่งตัวเล็กกระจิดเดียว และการที่จะขี่ช้างที่เป็นสัตว์ที่มีคุณค่าในทางแรงงานสูงไปจับเจ้าตั๊กแตนที่ตัวเล็กเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
เป็นเรื่องที่เกินเหตุที่จะต้องไปลงทุนขนาดนั้นสำนวนนี้จึงหมายถึงการที่ เรานั้นทำเรื่องที่เกินเหตุและใหญ่โตมากเกินไปกว่าความจำเป็นหรือเกินกว่าเหตุนั่นเอง

โอกาสที่ใช้ : เปรียบเทียบเพื่อชี้ให้เห็นว่า การลงทุนทำอะไรที่ใหญ่โต มีวิธีการมากมาย ลงทุนมหาศาลแต่กลับได้ประโยชน์กลับมาแค่นิดเดียวนั้นมันไม่คุ้มที่จะทำ

สำนวน :ย้อมแมวขาย

ความหมาย : ตกแต่ง หรือแต่งเติมสิ่งของหรือคนที่ไม่มีเจตนาหลอกลวงให้ผู้อื่นเชื่อว่าดี เช่น ในกรณีที่ได้รับของไม่ดี มาแล้วทำหารแต่งเติมให้ดูดีขึ้นให้เป็นของดีมีราคา ส่วนใหญ่มักจะใช้พูดประชดสาวงามที่นิยมไปประกวดตามเวทีต่างๆ

โอกาสที่ใช้ : รถมือสองสมัยนี้ถ้าดูไม่ดีจริงหรือเลือกไม่เก่งจริง มีหวังโดนย้อมแมวขายแน่นอน

สำนวน :กระต่ายหมายจันทร

ความหมาย : กระต่ายมักจะออกหากินตอนกลางคืนเพราะทานความ ร้อนจากตอนกลางวันไม่ไหวคนเราก็เข้าใจผิดกันว่า กระต่ายชอบแสงจันทร์
แล้วจึงเอาสำนวนนี้มาเปรียบเทียบกับชายหนุ่ม ที่หมายปองหญิงสาว ที่มีฐานะสูงส่งกว่า ซึ่งไม่มีวัน
จะสมหวังได้

โอกาสที่ใช้ : กระต่ายมักจะออกหากินตอนกลางคืนเพราะทานความ ร้อนจากตอนกลางวันไม่ไหว คนเราก็เข้าใจผิดกันว่า กระต่ายชอบแสงจันทร์
แล้วจึงเอาสำนวนนี้มาเปรียบเทียบกับชายหนุ่ม ที่หมายปองหญิงสาว ที่มีฐานะสูงส่งกว่า ซึ่งไม่มีวัน
จะสมหวังได้

สำนวน :ถ่านไฟเก่า

ความหมาย : บุคคล 2 คน ที่เคยรักกันมาก่อน แล้วต้องมาเลิกรากันไปนาน เมื่อมาพบกันใหม่อีกครั้ง ทำให้นึกถึงความหลังที่มีต่อกันอยู่ จึงทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีเก่าๆขึ้นมาอีก ทำให้ความรักเกิดขึ้นได้อีก

 

หน้าถัดไป >>

 

 
 

                              มีคำแนะนำหรือคำติชม mailto ผู้จัดทำ                            กลับไปบนสุด